[HB] File004 : สัมภาษณ์

posted on 27 Jul 2014 00:59 by fern-cubic4 in HB

*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของมินิคอมมู Hummingbird Coffee Shop

 

=====================================

 

[HB] File004 : สัมภาษณ์


Timeline: วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2557


Character: ณชนก(อี้) นนทรี(นนท์) มนิตา(ตา) ณภัทร(ไอ) กุมภา(ภา-CS)


Other: พาทิศ(ต่อ) ธเนศ จิรันดา(จีน)

 


เช้าวันเสาร์

 

 

รถเช่าคันสีขาวจอดลงยังหน้าไร่กาแฟใกล้ตัวเมืองปากซอง ที่อยู่ห่างออกไปจากเมืองปากเซเพียงชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้น บานประตูรถเปิดออกตามแรงผลัก ร่างท้วม ๆ ของณชนกรีบกุลีกุจอลงจากรถเป็นคนแรก ตามด้วยร่างสูงโปร่งของมนิตาและกุมภาที่รีบออกมายืดเส้นยืดสาย เหลือเพียงณภัทรที่ยังคงหลับสนิทบนเบาะหลังฝั่งคนขับให้คนเป็นแฝดปวดกบาลกับความไม่เตรียมพร้อมของน้องสาวตน

 

“ไอ ตื่น ๆ ๆ ถึงไร่แล้ว”

 

ใช้เวลาอีกครู่หนึ่งกว่าที่ณชนกจะแซะณภัทรให้ลงจากรถได้ คิ้วบางขมวดนิ่งเมื่อเห็นคู่แฝดตนเองกระพริบตาปริบ ๆ เหมือนไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหนกัน

 

“ถึงไร่แล้วย่ะ แกนึกว่าอยู่บ้านเหรอไง นู่น น้องของตาเค้ามารอรับแล้วนะ อย่าเสียมารยาทล่ะ”

 

ท้ายเสียงจงใจเหน็บไปถึงกุมภาที่ยืนยิ้มแป้นเป็นทองไม่รู้ร้อนอย่างชวนโมโห ณชนกจิกสายตามองเพื่อนและน้องเป็นเชิงย้ำอีกครั้ง ก่อนหันไปส่งยิ้มแย้มให้กับหญิงสาวหน้าหวานญาติผู้น้องของมนิตา

 

“สวัสดีค่ะพี่ตา สวัสดีค่ะคุณ...นก...”

 

น้ำเสียงใสของนนทรีมีแววลังเล เมื่อเห็นบุคคลสามคนที่นอกเหนือจากลูกพี่ลูกน้องของตน แถมสองในสามยังมีใบหน้าที่เหมือนกันอย่างที่ดูก็รู้ว่าเป็นฝาแฝด

 

“ใช่ค่ะ คุณนนทรีใช่มั้ยคะ”

 

“ใช่แล้วค่ะ คุณนกเรียกแค่นนท์ก็ได้นะคะ”

 

ณชนกชิงแนะนำตัว ลดความสับสนให้แก่นนทรี ก่อนจะผายมือไปยังณภัทรและกุมภาที่ส่งยิ้มกว้างไม่แพ้กัน

 

“จ้ะ นนท์เรียกพี่ว่าพี่นกละกันนะ ส่วนนี่น้องสาวพี่ ไอ กับเพื่อนพี่ ชื่อภานะ ต้องขอโทษนะจ๊ะที่มาถึงสายไปหน่อย”

 

“ไม่เป็นไรค่ะพี่นก ทางมาไร่ไม่ค่อยดีเท่าไรด้วยล่ะค่ะ” นนทรีเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปหามนิตา “พี่ตาสบายดีมั้ยคะ แล้วคุณลุงกับพี่ต่อเป็นอย่างไรบ้าง”

 

นัยน์ตาของมนิตามีแววไหววูบยามได้ยินนนทรีถามถึงบิดา แต่ก็ชั่วครู่ เจ้าตัวก็หันไปส่งยิ้มจาง แล้วตอบคำถาม

 

“สบายดีจ้ะ แล้วนนท์ล่ะ สบายดีมั้ย ได้คุยกับคุณอาบ้างเปล่า”

 

สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มบางของหญิงสาว ก่อนที่เจ้าตัวจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา

 

“ถึงที่นี่จะอากาศเย็น แต่ช่วงสาย ๆ แดดแรงอยู่นะคะ ถ้างั้นนนท์ว่าเราเดินชมไร่กันก่อนดีกว่าค่ะ”

 

นนทรีเอ่ยจบรีบสาวเท้าเดินนำหน้าพาสี่สาวผ่านประตูรั้วเข้าไป ปล่อยให้คำถามของมนิตาลอยหายไปอย่างไร้คำตอบ...

 

=====================================

 

ไร่กาแฟสีเขียวชอุ่มยาวสุดลูกตาสร้างความตื่นตาให้กับเหล่าผู้เยี่ยมชม นนทรีค่อย ๆ เล่าอธิบายที่มา กระบวนการผลิตอย่างพอเข้าใจง่าย ทำณชนกแม้จะพอรู้ข้อมูลมาเลา ๆ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องดิจิตอลคู่ใจมาถ่ายรูปกระบวนการต่าง ๆ ตั้งใจที่จะเขียนบล็อกบันทึกการเดินทางในครานี้

 

กลิ่นเมล็ดกาแฟทำคอคนรักกาแฟอย่างกุมภาและณภัทรน้ำลายสอเบา ๆ หันมาสบตากันหมายมาด ความที่ตื่นสาย ไหนจะเสียเวลาเก็บกระเป๋าอีก ทำทั้งสองโดนณชนกฉุดกระชากลากถูจนยังไม่ทันได้ดื่มด่ำกับอาหารเช้าและกาแฟริมฝั่งโขงดังใจหวัง

 

“อี้...” ณภัทรเอ่ยเสียงประจบ ส่งตาวิบวับให้ฝาแฝดของตน “ไอหิวอะ อยากชิมกาแฟปากซองบ้าง อี้คนดี้คนดีเลี้ยงเค้าหน่อยน้า...”

 

“เลี้ยงฉันด้วยสิเพื่อนรัก...”

 

กุมภาฉีกยิ้มกว้าง มือลูบท้อง เสียงร้องจ๊อกที่ดังออกมาทำคนรักเพื่อนมิวายใจอ่อนขึ้นมา หากงานตรงหน้ายังไม่เสร็จ กอปรกับหมั่นไส้บุคคลทั้งสองที่ทำเธอมาถึงไม่ตรงตามเวลาที่นัดไว้ ทำณชนกยิ้มหวาน หากน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจริงจัง ตามประสาคนบ้างาน

 

“รอไปก่อน ใกล้ละ เสร็จเมื่อไรได้กินสมใจแกทั้งสองคนแน่ ต่อเลยจ้ะนนท์”

 

นนทรีพยักหน้าก่อนอธิบายขั้นตอนวิธีตากเมล็ดกาแฟต่อ ภาพหญิงสาวสองคนที่หันมาสบตาแล้วถอนใจเฮือกทำมนิตากลั้นยิ้ม ร่ำ ๆ จะหัวเราะออกมา ถึงจะมึน ๆ กับบทสนทนาของบุคคลทั้งสาม แต่ในความกัดกันไปมา เธอก็สัมผัสถึงมิตรภาพอันเหนียวแน่นที่ต่างฝ่ายต่างมีให้แก่กันได้

 

ยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างณชนกกับณภัทร ก็ทำเธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงพาทิศ แฝดผู้น้องของตนขึ้นมาตะหงิด ๆ

 

“น้องตาเดินไหวมั้ย อะ เอาไปกินรองท้องก่อนละกันนะ~”

 

มนิตายิ้ม รับมาร์ชเมโล่วที่ณภัทรส่งมาให้ การเดินแค่นี้ไม่ทำให้เธอเหนื่อย แต่เธอก็ซึ้งในน้ำใจที่ทั้งสองมีให้คนที่เพิ่งรู้จักอย่างเธอ

 

“เพื่อนพี่มันก็แบบนี้ล่ะ บ้างานจนเพื่อน ๆ ส่ายหน้ากัน มิน่าเลยสถิตย์อยู่บนคานยันทุกวันนี้”

 

กุมภาพูดกลั้วหัวเราะ หากแต่ก็ชะงักลง หญิงสาวรีบสะกิดบุคคลทั้งคณะให้หันไปมองในสิ่งที่ตนเห็น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ สีหน้าผู้มาเยือนทั้งสี่ดูตะลึงกับสิ่งที่เห็น

 

“...นนท์ มีวิธีตากกาแฟแบบนี้ด้วยเหรอ”

 

ณชนกถามอึ้ง ๆ ภาพคนงานใช้เท้าย่ำเกลี่ยเมล็ดกาแฟเหนือผ้าปูบนลานหญ้าทำเธอสะพรึงไม่น้อย

 

“มีค่ะพี่นก แต่ส่วนที่เห็นนี้คนงานจะเก็บไว้ใช้ทานเองค่ะ ส่วนที่ส่งออกจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง ตามที่นนท์ได้อธิบายไปในช่วงแรกค่ะ”

 

รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหวานของนนทรี น้ำเสียงใสทำคณะคลายกังวลลงบ้าง เว้นก็แต่กุมภาที่พึมพำ เอ่ยถามมนิตาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

 

“หวังว่าที่ร้านอีอี้จะไม่ใช้วิธีตากกาแฟแบบนี้นะ...”

 

“...คิดว่านะคะพี่ภา”

 

มนิตาตอบเบา ๆ แม้จะตื่นตาตื่นใจกับกรรมวิธีอันแปลกประหลาด ชนิดที่เธอต้องเตือนตัวเองให้กระซิบบอกนนทรีให้พาไปลองดูซักครั้งก่อนกลับกรุงเทพฯ แต่กระนั้นกับร้านที่จะเปิด เธอคงจะเลือกใช้กาแฟที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยวิธีปกติมากกว่าอยู่ดี

 

 

“ถ้าอย่างไรแล้ว เดี๋ยวนนท์เชิญพี่ ๆ ไปลองชิมกาแฟในร้านนะคะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”

 

 

นัยน์ตาณภัทรเต้นระริก หญิงสาวรีบคว้ามือณชนก เดินตามนนทรีไปติด ๆ ทิ้งให้สาวร่างสูงโปร่งทั้งสองคนเดินไล่หลังมาไม่ห่างนัก

 

=====================================

 

“ถ้างั้นหนูไปนั่งรอกับพี่ไอและพี่ภานะคะพี่นก”

 

 

มนิตาส่งยิ้มนิด ๆ แก่ญาติผู้น้องเป็นเชิงให้กำลังใจก่อนจะปลีกตัวออกไปนั่งอีกมุมหนึ่งของร้าน ทิ้งให้ณชนกนั่งอยู่ตามลำพังกับนนทรี เตรียมพร้อมที่จะสัมภาษณ์ตามที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า

 

หญิงสาวร่างเล็กใช้เวลาอีกอึดใจในการอ่านประวัติของนนทรีอีกครั้ง ทั้งที่จริง ๆ เธอสามารถจำเนื้อหาในนั้นได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่เธอก็อยากจะมั่นใจว่า เธอไม่ได้ตกหล่นรายละเอียดอันเป็นสาระสำคัญตรงไหนไป ก่อนจะเงยหน้าแล้วส่งยิ้มนิด ๆ ให้หญิงสาวเบื้องหน้า แล้วเริ่มต้นเอ่ยปาก

 

“คงไม่ต้องแนะนำตัวกันแล้วหรอกนะ พี่ขอไม่อ้อมค้อมละกัน”

 

ณชนกสูดหายใจก่อนเอ่ยถามต่อ ถึงจะรู้ดีว่าเป็นคำถามที่ค่อนข้างเสียมารยาท แต่นั่นคือความคาใจเพียงหนึ่งเดียวของเธอกับนนทรี

 

 

“ทำไมเราถึงเลือกที่จะออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันล่ะ”

 

 

“...แมร่มคงนึกว่ามันสัมภาษณ์ทนายจบใหม่...โหดซะ”

 

ณชนกได้ยินเสียงเหน็บเธอแว่ว ๆ จากกุมภา แต่เธอก็เลือกที่จะไปคิดบัญชีกับเพื่อนตัวดีของเธอทีหลัง เพราะนี่คือเวลางาน และงานของเธอในตอนนี้คือการสัมภาษณ์คนที่จะมาเป็นบาริสต้าให้แก่ร้านของเธอ

 

สีหน้าของนนทรียังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม้จะดูเกร็งขึ้นนิดนึงในสายตาของเธอ แลดูผู้สมัครคนนี้คงเตรียมใจมาไม่น้อยว่าจะต้องโดนถามอะไรแบบนี้

 

และคำตอบ... ก็หนีไม่พ้นสิ่งที่เธอคาดคะเนไว้ซักเท่าไร

 

 

"นนท์คิดว่านนท์เจอสิ่งที่ตัวเองรักแล้ว เลยเลือกที่จะลาออกน่ะค่ะ"

 

 

“ยังไงเหรอจ๊ะ”

 

“ยังไงเหรอคะ” นนทรีนิ่งไปพักหนึ่งก่อนเอ่ยต่อ “หมายถึงกาแฟน่ะค่ะ นนท์คิดว่าคงสามารถใช้เวลาอยู่กับมันได้ทั้งวัน"

 

 

คำตอบทำณชนกพอใจ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คำตอบ และสิ่งที่นนทรีแสดงให้เธอเห็นตลอดวันที่ผ่านมาก็สะท้อนให้เธอเห็นว่าเจ้าตัวมีความมุ่งมั่นกับอาชีพนี้แค่ไหน...

 


...แต่คำถามคือ... ความมุ่งมั่นของสาววัยต้นยี่สิบนี้เพียงพอหรือยัง..

 

 

“ถ้าเช่นนั้นแล้ว พิสูจน์ให้พี่เห็นได้มั้ยล่ะ”

 

 

หากคราวนี้คำตอบที่เธอได้รับ กลับเหนือความคาดหมายของเธอ เมื่อนนทรีคลี่ยิ้มอ่อน ๆ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงนุ่ม

 

 

“พี่นกเคยดื่มกาแฟที่ชงด้วยวิธีการดริปปิ้งมั้ยคะ"

 

=====================================

 

ณชนกเลิกคิ้ว คำศัพท์ประหลาดที่เธอเคยแค่กวาดตาผ่าน ๆ ลอยเข้ามาในหัว แต่เธอก็เลือกที่จะตอบกลาง ๆ ดีกว่าแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอไม่มีความรู้ในเรื่อ