[CS-SS] ความลับที่ซ่อนไว้
posted on 02 Jan 2012 22:56 by fern-cubic4 in FERN-SSentry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ
=========================================
[SS] ความลับที่ซ่อนไว้
Timeline: วันพฤหัสบดี กลางเดือนธันวาคม 2554
Character: ฐณาธร(ก๊อก) วริสรา(เอพริล) เพียงนภา(เพียงฟ้า) ศรันฉัตร(เฟิร์น)
Other: ศฤคาล(จอก) กันต์กวี(ครูกวี) ฐิตาภา(กิ๊ก-OC) ฐณาภา(กุ๊กไก่-OC)
Entryที่เกี่ยวข้อง: [MS] สายสัมพันธ์ [Read]
Note: ฟิคนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นของขวัญวันกิดแด่ก๊อกนะคะ ขอบคุณไอเดียจากแม่ก๊อก แม่เอพริล และพ่อจอกค่า
สุขสันต์วันเกิดอายุครบ 17 นะจ๊ะก๊อก ขอให้เรา "เสะ" ขึ้นในเร็วๆ นี้นะ (แต่ท่าทางจะยาก ^ ^)
อนึ่ง ฟิคนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากผปค.ที่เกี่ยวข้องค่ะ เพราะฉะนั้นอาจจะมีการแก้ไข
อสอง ได้รับการรับรองจากผปค.ก๊อก ผปค.เอพริลแล้วค่ะ เหลือผปค.เพียงฟ้า ผปค.จอกค่า ผปค.ที่เกี่ยวข้องครบทุกคนแล้วนะคะ
=========================================
บางทีผมก็ไม่เข้าใจ “ผู้หญิง”
ฐณาธรคิด หลังจากวางสายกับฐิตาภา พี่สาวของเขา ที่โทรมาบ่นเรื่อง “ใหญ่” ซึ่งในสายตาของเขาแล้ว เป็นเรื่อง “เล็ก” นิดเดียว
นี่ขนาดเขาเป็นคนที่ค่อนข้างเข้าใจผู้หญิง เพราะมีทั้งพี่สาวและน้องสาว แต่บางครั้ง.. เขาก็ยอมรับว่า เขาไม่เข้าใจผู้หญิงเลย
หรือเพราะพี่กิ๊ก..เป็นอาร์ตตัวแม่กันแน่!!
ฐณาธรถอนหายใจ เดินเข้าห้อง ปราดตามองบรรดาสาวๆ ที่เป็นเพื่อร่วมห้องของเขา ยอมรับว่าแม้พวกเธอบางคน (หรือหลายคน) อาจจะมีพฤติกรรมที่ “ไม่ใคร่จะปกติ” เท่าไร เช่น รักแมลงสาบ สนใจเครื่องบิน สัมผัสวิญญาณ เคร่งเรียน อ่านหนังสือชั่วโมงละร้อยกว่าหน้า ทำก๊อกน้ำพัง
แต่เมื่อมองภาพสาวๆ จับกลุ่มคุยกัน หรือนั่งอ่านหนังสือกัน เสียงใสๆ ที่เจือแว่วมาต้องโสตประสาท ยืนยันกับฐณาธรว่าเพื่อนๆ ของเขาเป็นแค่เด็กสาวปกติธรรมดา
เว้นอยู่คนๆ หนึ่ง
เขาเบือนสายตามายังร่างของเด็กสาวผมสั้นที่นั่งอยู่แถวที่สองนับจากหน้าห้อง เจ้าของรอยยิ้มแปลกๆ ตัดกับใบหน้าซีดเซียวและขอบตาดำคล้ำ ที่ยามปกติมักจะก้มหน้าก้มตาจ้องโทรศัพท์ในมือเหมือนเช่นทุกวัน เพียงแต่ช่วงหลังๆ ข้างกายของเจ้าหล่อนมักจะมีเพียงนภามานั่งข้างๆ พลางขีดๆ เขียนๆ อะไรบางอย่างใส่สมุด..
จะว่าไป พฤติกรรมของเจ้าหล่อนก็ดูเหมือนจะปกติ (หากเทียบกับมาตรฐานของผู้หญิงในห้อง) เว้นสายตายามที่เจ้าหล่อนจับจ้องยังเพื่อนผู้ชาย “ทุกคน”
รวมถึงรุ่นพี่ด้วย
แต่มาวันนี้ เจ้าหล่อนกลับนั่งคุยกับเพียงนภาเฉยๆ ไม่ได้มีรอยยิ้มแปลกๆ อะไร ไม่ได้นั่งเล่นโทรศัพท์เหมือนทุกวันด้วย..
เห็นแบบนี้แล้ว ก็ดูเป็นคนธรรมดาดีนะ...
เสียงกริ่งบอกหมดเวลาพักตอนบ่าย คาบต่อไปเป็นคาบภาษาอังกฤษของครูกันต์กวี ซึ่งเป็นวิชาที่เขาไม่ชอบ และไม่ถนัดแต่อย่างใด แต่อย่างน้อย คาบที่ตามมาคือกิจกรรมชมรม... ซึ่งไม่เลวร้ายเท่าไรนัก
ฐณาธรรู้ตัวว่าควรจะตั้งใจฟังในสิ่งที่ครูกันต์กวีสอน แต่เพราะเป็นวิชาที่เขาไม่ชอบและไม่ถนัดด้วย จึงทำให้ใจของเขาไม่ได้จดจ่อตามเนื้อหาที่ครูกันต์กวีพูดเลยแม้แต่น้อย...
นอกจากนั้น ฐณาธรยังรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่ง ที่จับจ้องมายังเขา ตั้งแต่เริ่มคาบ ซึ่งพอเขาหันไปทีไร..
เขาก็สบเข้ากับนัยน์ตาของวริสราทุกครั้ง...ที่หันไป
ก่อนเจ้าหล่อนจะเบือนหน้าหันไปมองยังแผ่นหลังของศฤคาลอย่างเอาเป็นเอาตาย
ฐณาธรรู้สึกถึงเลือดที่สูบฉีดมายังบนผิวหน้า นึกถึงคำพูดของพี่สาวยามที่เล่ายามที่ตัวเองไปปิ๊งหนุ่มอื่น
แค่ได้เห็นแผ่นหลังก็พอใจแล้ว...
นึกถึงตอนที่เขาเคยปิ๊งรุ่นพี่ ตอนนั้นเขาเองก็อยากจะเห็นหน้าบ่อยๆ ไม่แค่เห็นแผ่นหลังก็ยังดี..
ถึงขั้นลงทุนแต่งเป็นผู้หญิงเพื่อเล่นละครโรงเรียน เขาก็ทำมาแล้วด้วยซ้ำ!!
หรือเอพริลจะคิดอะไรกับผม!!
ฐณาธรกลืนน้ำลายเอื้อก ค่อยๆ หันหลังกลับไป พบว่าวริสราจ้องยังศฤคาลก่อนจะหันมาหาเขา แต่พอเห็นว่าเขามองอยู่ ก็เฉสายตากลับไปมองยังแผ่นหลังศฤคาล
หรือผมจะเข้าใจผิด...
ฐณาธรคิดเช่นนั้น เนื่องจากมองว่าตัวเองไม่ใช่คนหน้าตาดี รูปร่างสูงใหญ่ เหมือนเพื่อนๆ ร่วมห้องของเขาหลายคน เขาหันไปมองศฤคาล ก่อนจะเบือนสายตาไปยังวริสราอีกครั้ง แล้วพบว่าคราวนี้สายตาของเจ้าหล่อนจดจ้องยังแผ่นหลังของศฤคาล
คงจะชอบจอก...มากกว่ามั้ง...
ซึ่งก็ไม่แปลก ศฤคาลจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่ง แถมยังสูง เรียนดี นิสัยดีอีกต่างหาก
ความคิดเรื่องดังกล่าววนเวียนอยู่ในหัวจนกระทั่งจบคาบ เขาก้มลงมองชีทแบบฝึกหัดที่ยังคงว่างเปล่าอยู่ด้วยความหนักใจ ดีว่าคาบต่อไปเป็นกิจกรรมชมรม และโชคดีว่าเขาอยู่ชมรมเดียวกับศรันฉัตร เจ้าหล่อนคงจะให้ความช่วยเหลือเขาเรื่องนี้ได้.. แต่ก็คงจะโดนบ่นไปตามระเบียบ
ระหว่างฟังเฟิร์นบ่นกับโดนทำแบบฝึกหัดตอนเย็น ผมขอเลือกข้อแรกแล้วกัน
ฐณาธรเก็บข้าวของ ลุกขึ้น หันไปมองทางวริสราอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เขาประหลาดใจเล็กน้อยที่เจ้าหล่อนไม่ได้มองเขา ศฤคาล หรือผู้ชายคนไหนๆ...
เมื่อเธอฟุบหลับแนบลงไปกับกองหนังสือ
ฐณาธรตั้งใจจะเดินออกจากห้อง แต่ก่อนจะทำอย่างนั้น หนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะของวริสรา เล่มเดียวกับที่เธอถืออยู่เป็นประจำ ก็หล่นลงกับพื้น ขณะที่เพียงนภาเพียรพยายามปลุกหล่อนอยู่
“เอพริล ตื่นได้แล้วนะคะ คาบต่อไปจะเริ่มแล้วนะ”
เขาก้มลง หยิบสมุดขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตั้งใจว่าจะไม่สอดรู้สอดเห็นของเรื่องชาวบ้าน แต่บังเอิญว่า...
ไอ้สมุดที่ตกน่ะ มันดันตกชนิดที่เปิดหน้ากระดาษให้เขาเห็นจะๆ...
ข้อความกับรูปภาพ...ที่ทำเลือดในกายเขาแทบเย็นเยียบด้วยน้ำแข็ง... โดยไม่ต้องรอให้อากาศภายนอกห้องเย็นไปกว่านี้...
ชัดเจนครับ....
ฐณาธรกลืนน้ำลายเอื๊อกอย่างหมดหวัง ข้อความและรูปภาพในสมุด ไม่ใช่การสารภาพความในใจต่อเขาหรือศฤคาล หรือชายหนุ่มคนอื่นๆ ในห้อง...
...แต่กลับเป็น ข้อความ “บางอย่าง” กับรูปภาพที่เขาปราดตามองก็รู้ว่าเป็นรูปของเขากับศฤคาล...
และคงไม่เป็นอะไรมาก หากเจ้าหล่อนไม่บรรจงวาดหัวใจดวงโตๆ ระหว่างศฤคาลกับเขาเสียอีก...
แถมคำว่า “จอกxก๊อก” คำเดียวก็เกินพอ
ฐณาธรแทบอยากกุมขมับ ไม่รู้จะขอบใจฐิตาภา น้องสาวสุดที่รักของเขา ที่เคยให้คำอธิบายเรื่อง “บางอย่าง” แบบนี้แก่เขา
ไม่นั้นเขาก็คงจะไม่รู้อะไรต่อไป
....
ว่าแต่...
งานอดิเรกของสาวๆ สมัยนี้เรอะ!!
“หืม เลิกคาบแล้วเหรอ..”
ฐณาธรบรรจงปิดสมุดเมื่อได้ยินเสียงงัวเงียของเจ้าของสมุด เด็กหนุ่มหันหลังกลับไป พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วยื่นสมุดคืน
“อ่ะ นี่ครับ..”
“เอ่อ...ขอบใจนะ...”
เขาไม่รู้เหมือนกันว่าเขาตาฝาดไปเองไหม ที่เห็นสีหน้าเลิกลั่กของวริสรา ราวกับเจ้าหล่อนทำตัวไม่ถูก มือที่ยื่นมารับสมุดก็ดูสั่นระริกแบบประหลาด
ถ้าเขาไม่ได้เห็น “สิ่งนั้น” ในสมุดของเธอ เขาคงนึกว่าเธออาจจะเขินอายอะไรบางอย่าง...
แต่เขาฟันธงว่า เธอคง “ตระหนก” ว่าเขาเห็น “อะไร” ในสมุดของเธอมากกว่า
เจ้าหล่อนรับสมุดกลับไป หันไปพยักเพยิดกับเพียงนภา ซึ่งอีกฝ่ายยังคงทำหน้านิ่งเฉกเช่นทุกวัน หันมามองเขาด้วยแววตาประหลาด ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
หรือว่าเพียงฟ้าจะมีรสนิยม “แบบนั้น” ด้วยครับ...
ฐณาธรกลืนน้ำลายเอื้อก ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดมาตามใบหน้า...
คุณพระคุณเจ้าครับ...ลูกช้างขอพูดอีกรอบว่า ลูกช้างไม่มีวันเข้าใจผู้หญิงได้ครับ...
นับวันผู้หญิงยิ่งเข้าใจยากจริงๆ!!!
บทส่งท้าย
ฐณาธรทรุดตัวนั่งข้างศรันฉัตร กระพือเสื้อไล่ความร้อนที่เกิดจากเขาวิ่งจ้ำอ้าวจากห้องเรียนมายังห้องชมรม ก่อนจะผงกหัวขอโทษไปให้เจ้าหล่อนที่มองเขาเขม็งราวกับจะถามว่าทำไมเขาถึงมาสาย
“ขอโทษที เราเก็บของนานไปหน่อย”
ศรันฉัตรพยักหน้ารับ โชคดีว่างานใหญ่ๆ ของชมรมภาษาไทยของเดือนนี้ถูกจัดไปหมดแล้ว คงเหลือก็แต่จัดนิทรรศการวันปีใหม่ก็เท่านั้น
หันไปมองรุ่นพี่ในชมรมที่ต่างก็เริ่มหยิบงานของตัวเองขึ้นมาทำ เขาเลยตัดสินใจที่จะเอ่ยปากสิ่งที่ตั้งใจไว้ในใจ
“เฟิร์น... ช่วยอธิบายแบบฝึกหัดนี้ให้เราฟังหน่อยได้มั้ย”
ศรันฉัตรเงยหน้าจากสรุปงานสัปดาห์วัฒนธรรมไทยที่เจ้าหล่อนเขียนค้างอยู่ คิ้วขมวดมุ่น ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แล้วทำไมก๊อกไม่ทำแบบฝึกหัดล่ะ”
“ก็...” เขานึกหาคำแก้ตัว “ทำไม่เป็นไง กลัวมันผิด แล้วต้องลบ เปลืองทรัพยากรด้วยนะ”
“ทั้งที่ครูกันต์กวีสอน ไม่สิ เฉลยอยู่หน้าห้องเนี่ยนะ!!”
“ก็...เราไม่มั่นใจว่ามันถูกหรือเปล่า เลยไม่ได้เขียนลงไป...”
ฐณาธรกลืนน้ำลายเอื้อกเมื่อเห็นคิ้วของศรันฉัตรขมวดมุ่นแน่นขึ้นอีก ไม่แน่ใจว่าเจ้าหล่อนจะรู้ตัวหรือไม่ว่า ทุกครั้งที่ทำหน้าแบบนี้....
แม้จะไม่กลัว แต่ผมก็อดเกรงไม่ได้อยู่ดี!!
ฐณาธรส่งยิ้มแหยๆ ไป แม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ได้ผล เมื่อเจ้าหล่อนไม่ได้เทศนาเขาต่อ คงแต่ถอนหายใจ พูดสั้นๆ
“เฮ้อ...นั้นเดี๋ยวหลังเลิกเรียนเราอธิบายให้แล้วกัน”
เด็กหนุ่มถอนใจ แม้ภายนอกศรันฉัตรจะดูดุ เคร่งขรึม ไม่น่าเข้าหา แต่เอาเข้าจริง เวลาผ่านไปหนึ่งเทอมทำให้เขารู้ว่า เจ้าหล่อน “ใจดี” กว่าที่เขาคิดไว้...
ซึ่งนั่นก็ยิ่งยืนยันสมมติฐานของเขา...
ผู้หญิงนี่ช่างเข้าใจยากจริงๆ ครับ...
ทั้งเจ๊กิ๊ก น้องกุ๊ก...
แต่พอนึกถึงภาพกับข้อความในสมุด ฐณาธรก็อดจะเพิ่มบุคคลอีกคนหนึ่งเข้าไปในข้อสมมติฐานของเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เอพริลครับ!!!
=========================================
สรุป:
- ก๊อกโดนพี่สาวโทรมาบ่นเรื่องงี่เง่าช่วงพักสิบนาทีตอนบ่าย เลยคิดว่าผู้หญิงเข้าใจยาก
- กลับเข้าห้องเรียนมา มองเพื่อนๆ ผู้หญิง พลางคิดว่าเพื่อนๆ ในห้องเข้าใจยากมั้ย
- ก๊อกคิดว่าเพื่อนๆ ในห้องปกติ...เว้นเอพริล (เพราะหลอนสายตากับรอยยิ้ม) แต่ช่วงนี้เอพริลสนิทกับเพียงฟ้า เลยคิดว่าเจ้าหล่อนก็ดูเป็นคนปกติ...
- ระหว่างเรียนคาบครูกวี ก๊อกรู้สึกว่าเอพริลจ้องตัวเอง พอหันไปก็เห็นว่าเอพริลจ้องมาจริงๆ ก่อนจะเบือนสายตาไปยังจอก
- แอบสงสัยว่าเอพริลชอบเขาหรือจอก เพราะนึกถึงคำที่พี่สาวว่า แค่ได้เห็นแผ่นหลังก็สุขใจ.. กับนึกถึงตอนตัวเองชอบรุ่นพี่ ที่ยอมแต่งตัวเป็นผู้หญิงตอนเล่นละคร (อ้างอิงจาก DB1 กับ DB2 ของก๊อกค่ะ)
- แต่เพราะไม่คิดว่าตัวเองหน้าตาดี บวกเตี้ย เลยคิดว่าเอพริลชอบจอกมากกว่า
- สติหลุด ระแวงสายตาเอพริล บวกไม่ชอบวิชาภาษาอังกฤษ จนทำให้ไม่ได้ทำแบบฝึกหัดที่ครูกวีเฉลยในห้องเลย
- คาบต่อไปเป็นคาบชมรม เตรียมลุกเปลี่ยนห้อง เห็นเพียงฟ้าพยายามปลุกเอพริลที่นอนหลับอยู่ และเห็นว่าสมุดที่เอพริลชอบพกติดตัวตกอยู่ เลยช่วยเก็บให้...
- สมุดตกในลักษณะหงายหน้าขึ้น ก๊อกเลยเห็น "อะไรดีๆ"
- อะไรดีๆ ที่ว่า ไม่ใช่ว่าเอพริลเขียนสารภาพรัก แต่เป็นเอพริลจิ้นจอกxก๊อก (ที่มาของไอ้อาการจ้องตลอดคาบ) ซึ่งก๊อกรู้จักการจิ้นผ่านน้องสาว
- เลยกลับไปสยองเอพริลเรียบร้อย กับเริ่มสงสัยว่าเพียงฟ้าเป็นสาววายด้วยมั้ย
- มาคาบชมรม ขอให้เฟิร์นอธิบายภาษาอังกฤษ ซึ่งเฟิร์นก็ดุไปตามระเบียบ แต่ลงท้ายก็ยอมจะอธิบายแบบฝึกหัดให้ตอนเลิกเรียน
- รู้สึกว่าเฟิร์นไม่ได้ดุ เคร่งเครียดอย่างที่เจอตอนแรก... ตอกย้ำข้อสันนิษฐานว่าผู้หญิงเข้าใจยาก
- แต่สุดท้าย...คนที่เข้าใจยากที่สุดมีอยู่สามคน คือพี่สาว น้องสาว และเอพริล
- สรุป...ดันเอพริลxก๊อก (โดนแม่ๆ สองคนโบก)
=========================================
Talk:
จบไปกับอีกหนึ่งฟิคเบาๆ ค่ะ (ขอลัดคิวนี้ลงก่อนฟิคใหญ่ที่สัญญาไว้)
ที่มาของฟิคนี้ ขอบคุณผปค.ของก๊อก เอพริล และจอกอีกรอบค่ะ เรื่องของเรื่องคืออยากเปิดเผยความเป็นสาววายของเอพริลให้เพื่อนๆ รู้กันเสียที....
ส่วนทำไมต้องเป็นจอกxก๊อก...
เหตุผลข้อแรก เพราะเอพริลนั่งแถวสอง คนที่น่าจะส่องได้ดีก็คงหนีไม่พ้นก๊อกกับจอก ที่นั่งอยู่ข้างหน้าเจ้าหล่อนค่ะ
เหตุผลข้อที่สอง จอกกับก๊อกสนิทกัน
เหตุผลข้อต่อมา อยากจะเขียนถึงความสัมพันธ์ของก๊อกกับเฟิร์นบ้าง สองคนนี้เริ่มจะสนิทกันแล้วนะคะ ทั้งอยู่สายรหัสเดียวกัน เรียนวิชาเลือกตรงกันสองตัว กับอยู่ชมรมเดียวกัน ผ่านไปเทอมหนึ่ง น้ำแข็งน่าจะละลายบ้างแล้ว
เหตุผลข้อสุดท้าย ....แอบดันเอพริลxก๊อกค่ะ (โดนโบก) คิดว่าปฏิกิริยาของก๊อกต่อเรื่องแบบนี้คงจะ "สนุก" ดีไม่น้อย
และอยากเขียนฟิคในทำนอง "ผู้หญิงเข้าใจยาก" มาพักนึงแล้วล่ะคะ่
ในคราวหน้า จะขอลงฟิค "ใหญ่" ตามที่สัญญา (ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานปีใหม่นะคะ)
เจอกันใหม่ในอีกไม่นานเกินรอค่า
ปล. แม่ตินเองจ้ะ สวัสดีปีใหม่เช่นกัน
#1 By mhaimaiimai on 2012-01-06 21:02