entry นี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

 

===============================================

 

 

[MS] เรื่องหลอนๆ ในวันฝนตก [Part1]

 

 

Timeline: วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม 2554

 

Character: รุ่นสี่ทุกคน - กัญญ์ดา(กัญ) มณฑกาญจน์(โมรา) เพียงนภา(เพียงฟ้า) ศรันฉัตร(เฟิร์น) กัมปนาท(แสง) วริสรา(เอพริล) พลอยอรุณ(บีน) สิงหา(ออกัส) ณัฐปกรณ์(รัก) นันทนัท(น้ำน่าน) สิมิลัน(ปั้นทราย) พันปิยะ(ตง) ศฤคาล(จอก) ฐณาธร(ก๊อก) แพรอรุณ(เท็น)

 

Entry ที่เกี่ยวข้อง: [MS] เรื่องหลอนๆ ในวันฝนตก [Part2] [Part3]

[MS] วันฝนกระหน่ำ by: แม่ปั้นทราย [Read] << ฟิคต่อยอดค่ะ

 

Note: แหะๆ ลองของครั้งแรกค่ะ ลองทรงรุ่นสี่ทั้งรุ่นดู พบว่าสนุกมากและยากมากในเวลาเดียวกัน^ ^

 

อนึ่ง ขอบคุณผปค.รุ่นสี่ทุกท่านนะคะที่ช่วยเช็คความเรียบร้อยของคาร์แต่ละคน

 

อสอง ผปค.รัก ผปค.บีนขา ถ้ามีตรงไหนต้องแก้บอกพรได้เลยค่า

 

===============================================

 

ครืน!!!

 

เสียงฟ้าร้องลั่นดังระงมไปทั่วบริเวณ สลับกับฟ้าแล่บเป็นระยะๆ

 

“ว้าว...”

 

กัญญ์ดาจ้องมองบรรยากาศฝนฟ้าคะนองนอกหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาใสแจ๋วของเด็กสาวเป็นประกายทุกครั้งที่สายฟ้าฟาดลง ธรรมชาติช่างน่าอัศจรรย์ใจสำหรับเธอเสมอ

 

“อากาศอย่างนี้ หวังว่าจะไม่มีเครื่องบินบินผ่านที่ระดับเมฆฝนนะ” พลอยอรุณถอนหายใจมองบรรยากาศข้างนอกด้วยความกังวล “ไม่งั้นนักบินงานหนักแน่เลย”

 

สายฟ้ายังคงฟาดลง คราวนี้เสียงดังขึ้นจนแพรอรุณปิดหูด้วยความหวาดกลัว

 

“ว้าย... ร้องอีกแล้วอ่ะ” เด็กสาวครวญคราง ผิดกับกัญญ์ดาที่มีท่าทีตื่นเต้น

 

“ใช่ๆ ร้องอีกแล้ว”

 

พลอยอรุณมองกัญญ์ดาก่อนจะหันไปยังแพรอรุณ ท่าทางหวาดกลัวของน้องสาวตัวเล็กของห้องนั้น ทำให้เธอเดาได้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งคงไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้แน่ๆ

 

“เท็นไม่ชอบฟ้าผ่าเหรอจ๊ะ” พลอยอรุณไต่ถามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งก็พยักหน้าตอบรับหงึกๆ

 

“เราไม่ชอบน่ะ แล้วบีนล่ะ”

 

พลอยอรุณมองหน้ามุ่ยของแพรอรุณ ดูท่าทางอีกฝ่ายคงไม่ชอบฟ้าร้องฟ้าผ่าเอามากๆ เธอส่งยิ้มอ่อนๆ ให้แพรอรุณก่อนเอ่ยตอบ “บีนเฉยๆ นะ แต่จะไม่ชอบถ้านึกถึงคุณพ่อบีนน่ะ” พลอยอรุณนึกถึงบิดาที่บัดนี้คงใกล้จะนำเครื่องลงจอดที่เยอรมันแล้ว “พายุ ฝนฟ้าคะนองแบบนี้นี่ฝันร้ายของนักบินเลยล่ะจ้ะ ทั้งทัศนวิสัยแย่ ไหนจะลมกรรโชค โดยเฉพาะพวกวินด์ เชียร์อีก แล้วยังอาจจะถูกฟ้าผ่าได้อีก”

 

แพรอรุณเบิกตากว้าง อึ้งกับความรู้ใหม่ที่เธอได้รับ แล้วหันไปมองกัญญ์ดาที่ยังคงมองฟ้าแล่บนอกหน้าต่างด้วยความสงสัย

 

“แต่...ดูกัญไม่กลัวฟ้าผ่าเลยนะ”

 

“อื้อ” กัญญ์ดาพยักหน้าหงึกๆ ยิ้มแป้นตอบคนถาม “กัญว่าฟ้าแล่บสวยดี เสียงฟ้าผ่าก็ดัง ฟังแล้วตื่นเต้นสุดๆ เลย”

 

คำตอบอันแปลกประหลาดของกัญญ์ดาทำฐณาธรสำลักลมหายใจของตนเอง แล้วหันไปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความตื่นตะลึง

 

...แมลงสาบก็แล้ว...นี่คุณเธอยังพิสมัยฟ้าร้องฟ้าผ่าอีกเหรอ...

 

ไม่ทันที่ฐณาธรจะเอ่ยสิ่งที่ตนคิดออกมา เสียงแผ่วๆ ของมณฑกาญจน์ที่นั่งเท้าคางมองบรรยากาศด้วยใบหน้าหม่นหมองก็ดังขึ้นพอที่จะ ให้หลายคนได้ยิน

 

“....ฝนตกแบบนี้ ดูแล้วเหงาจังนะ” เด็กสาวผมสีน้ำตาลแดงผ่อนลมหายใจออก ก่อนจะเอนตัวฟุบลงกับโต๊ะเรียน “...ไม่ชอบเลย”

 

ศรันฉัตรมองหน้าเพื่อนสนิทแล้วถอนหายใจอีกคน แต่ด้วยคนละเหตุผลกับของมณฑกาญจน์

 

“นี่ตกหนักถึงขั้นรถนักเรียนไปออกวิ่งไม่ได้น่ะ” เธอมองสภาพฝนที่ยังคงตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตาแล้วเอ่ยต่อ “ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหยุดตกเมื่อไร”

 

“นั่นสิฮะ เมื่อกี้ทางบ้านของรักโทรมา บอกว่ารถติดหนักมาก คงอีกชั่วโมงกว่าจะมาถึงฮะ” ณัฐปกรณ์พับโทรศัพท์มือถือหย่อนลงกระเป๋ากางเกงไป แล้วทรุดตัวนั่งข้างแพรอรุณ เช่นเดียวกับเพียงนภาที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์มือถือเช่นกัน

 

“ทางบ้านเพียงก็เหมือนกันค่ะ บอกว่าคงอีกพักใหญ่อยู่...”

 

“เออ! จอก” ฐณาธรทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างได้ รีบหันไปเอ่ยถามเด็กหนุ่มร่างสูงที่นั่งมองฟ้าอยู่ข้างเขา “อย่างนี้จอกก็ไปทำงานพิเศษไม่ได้สินะ”

 

“อ่าครับ” ศฤคาลตอบพลางส่งยิ้มเจื่อนๆ ตามประสาให้เพื่อนรอบข้าง “ผมบอกที่ร้านแล้วล่ะครับว่าน่าจะไปไม่ทัน...” พูดจบเด็กหนุ่มร่างสูงโย่งก็หัวเราะแห้งๆ ตบท้าย

 

“นี่....” สิงหาโพล่งขึ้นมาพร้อมกับคลี่ยิ้ม...ยิ้มชนิดที่หลายๆ คน เช่นพันปิยะผู้ซึ่งลอบมองผ่านแว่นกรอบเหลี่ยมเห็นแล้วอดหนาวๆ ร้อนๆ ไม่ได้ เมื่อคิดว่าเพื่อนจอมป่วนคนนี้คงมีแผนการอะไรที่พิลึกพิลั่นอีกตามเคย

 

ซึ่งเขาก็คิดไม่ผิด เมื่อเจ้าตัวดี ขยับปากพูด “ไหนๆ บรรยากาศแบบนี้แล้ว... ฉันว่าเราหา ‘อะไรๆ’ ทำกันดีกว่า”

 

“แกจะทำอะไรวะกัส....” นันทนัทสวนกลับด้วยแววตาระยิบระยับไม่ผิดอะไรกับคนเสนอไอเดียประหลาดๆ...

 

.....บางทีพันปิยะก็นึกอยากจะหาอะไรมัดปากนันทนัท พอๆ กับที่นึกอยากฆาตกรรมสิงหาในหลายๆ โอกาส...

 

“เล่าเรื่องผีไง” เจ้าตัวป่วนยังคงเอ่ยพร้อมกับดีดนิ้วเปาะ “เธอว่าไม่ดีหรือน้ำน่าน บรรยากาศมืดๆ ฝนตกหนักแบบนี้ แถมมีซาวน์เอฟเฟ็คเป็นเสียงฟ้าร้องกับฟ้าผ่าอีกน้า” สิงหาจุ๊ปากแล้วดีดนิ้วอีกครั้ง “เพอร์เฟ็คเลยล่ะ!!”

 

“เฮ้ย!!! ดีว่ะกัส” พันปิยะมองหน้าเด็กสาวผมซอยสั้นอย่างปลงอนิจจัง ว่าแล้วว่านันทนัทต้องเห็นด้วยกับคู่หูคู่ป่วนของเธอตามเคย

 

“เหอะ.. เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้....” เขาถอนหายใจแล้วอดท้วงไม่ได้ ก่อนจะหยิบไม้ถูพื้นขึ้นมากันสิงหาเมื่ออีกฝ่ายพยายามจะกอดคอเขา....

 

โชคดีที่ยังมีคนสติดีๆ แบบณัฐปกรณ์ที่คงส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายกับความคิดของตัวนิวแซนด์ประจำห้องด้วย

 

“พี่ออกัส คิดแต่เรื่องบ้าๆ รักไม่เอาด้วยนะฮะ”

 

หันไปมองหน้าแม่สาวนักเรียนดีเด่นที่ดูจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถ ค้านคู่หูนรกส่งมาเกิดได้...ในบางครั้ง ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างพันปิยะเมื่อศรันฉัตรเอ่ยปากเตือนสิงหากับนันทนัท

 

ด้วยประโยคสุดคลาสิค...ในแบบฉบับของแม่สาวนักเรียนดีเด่นอย่างเธอ

 

“เราว่า... นี่ก็ใกล้สอบแล้ว อ่านหนังสือเตรียมสอบไม่ดีกว่าเหรอ”

 

แต่....นี่อีจะจริงจังไปถึงไหนวะเนี่ย...

 

พันปิยะครางในใจ ระหว่างฟังเรื่องผีอันสุดจะไร้สาระ กับติวหนังสือสอบที่แสนจะมีสาระ...

 

อั้วขอเลือกกลับบ้านได้ไหม....

 

“โถ่เจ้ก็” สิงหาอุทธรณ์พลางส่งสายตาอ้อนไปยังคุณนักเรียนดีเด่นของห้อง “ผ่อนคลายไงคร้าบ จะเครียดไปถึงไหนเนี่ย...”

 

“นั่นสิๆ” ดูท่าทางยกนี้ เรื่องไร้สาระเห็นทีจะชนะ เมื่อนันทนัทตีหน้าอ้อนทำตาปริบๆ ใส่ศรันฉัตร “อีก ตั้งหลายอาทิตย์ น่านว่าเราอ่านกันทันอยู่แล้วล่ะเจ๊ แต่จะหาโอกาสที่เราได้อยู่กันตอนเย็นพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ยากอยู่น้าเจ๊ จ๋า....”

 

พันปิยะมองหน้าศรันฉัตรที่มีสีหน้าครุ่นคิด....

 

หน้าแบบนี้...ยอมแพ้แน่...

 

“เรื่องผีเหรอ.... เราว่าฟังเรื่องผีก็น่าสนุกดีน้าน่าน” มองหน้าสิมิลันที่บัดนี้ส่งยิ้มขำขันในไอเดียของสองคู่หูนรก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวป่วนที่เขารับรองดีกรีว่าไม่แพ้สิงหาหรือนันทนัทแน่ๆ

 

...หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป...

 

ไม่ทันใด ณัฐปกรณ์ร่ายคำอุทธรณ์ในเรื่องการฟังเรื่องผียาวเหยียดชนิดที่ไม่มีใครฟังทัน...

 

อันที่จริงแล้ว อาจจะมีใครฟังทันก็ได้...หากว่าคนฟังนั้นสามารถฟังภาษาเกาหลีได้...หรือหากว่าคนพูดนั้นจะพูดเป็นภาษาไทย...

 

“รัก ซัพไตเติ้ลหน่อยน่า พี่ฟังไม่ออกว่ะ” สิงหาส่งยิ้มแหยประท้วง แต่ดูอีกฝ่ายนึงไม่สนใจเพราะยังคงพล่ามภาษาซีรีย์ยอดนิยมต่อไป

 

“เอ๋ เรื่องผีเหรอ.... น่าสนุกนะ” กัญญ์ดาละความสนใจจากบรรยากาศภายนอกหน้าต่าง หันมาทำตาเป็นประกายวิบวับด้วยความตื่นเต้น “กัญเอาด้วยคนสิ บีนกับเท็นมาฟังด้วยกันมั้ย”

 

ท้ายประโยคเธอหันไปถามพลอยอรุณและแพรอรุณที่มีสีหน้าแตกต่างกันลิบลับ ใบหน้าหนึ่งแสดงความสนใจชนิดที่ปิดไว้ไม่มิด ขณะที่อีกใบหน้าหนึ่งนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว...แต่ลึกๆ แล้วก็มีความอยากรู้อยากเห็นแฝงอยู่เหมือนกัน

 

“ดีจ้ะๆ ไหนๆ ก็ยังกลับบ้านไม่ได้อยู่ดี” พลอยอรุณเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น นัยน์ตาภายใต้กรอบแว่นนั้นเป็นประกายไม่แพ้กัญญ์ดาเลยแม้แต่น้อย ส่วนแพรอรุณนั้นหันซ้ายแลขวามองเพื่อนรอบห้องก่อนเอ่ยขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

 

“จะดีเหรอ....”

 

พลอยอรุณส่งยิ้มให้แล้วตอบ “คนอยู่กันเยอะ บีนว่าไม่เป็นไรหรอกมั้ง”

 

นันทนัทยิ้มแป้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของแพรอรุณที่พยักหน้าหงึกแล้วเดินไป นั่งข้างกัญญ์ดา เธอหันไปหาเพียงนภาที่เอาที่โกยผงไปเก็บยังมุมห้อง

 

“ทำเวรเสร็จแล้วใช่ป่ะ”

 

“ค่ะ” เพียงนภาพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบอย่างสุภาพ

 

นันทนัทยิ่งยิ้มกว้างขึ้น เธอสูดหายใจก่อนตะโกนเรียกเพื่อนทั้งห้องให้หันมา

 

“ทุกคน!!!! มาฟังเรื่องผีกันนะ” สายตาซุกซนของนันทนัทหันไปเห็นมณฑกาญจน์ที่ยังคงนั่งหมอบแนบโต๊ะ “ โมราด้วย มามะ....” เธอเอ่ยชวนขณะที่ลากศรันฉัตรไปนั่งยังที่ว่างหลังห้อง

 

“เห นั้น...เราฟังด้วยคนนะ” มณฑกาญจน์ลุกตามมาเมื่อเห็นว่าศรันฉัตรถูกลากไปนั่งฟังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ม่ะ มาสนุกกันเถอะ” สิงหาสนับสนุนแล้วหันไปส่งยิ้มเผล่ให้กับหนุ่มๆ ที่เหลืออยู่

 

พันปิยะหันไปมองหน้ากัมปนาท ผู้ที่คงเป็นที่พึ่งสุดท้ายในการระงับแผนการบ้าบอนี้ลงได้...แต่ก็ต้องฝัน สลายเมื่อที่พึ่งคนสุดท้ายเอ่ยตอบสั้นๆ พร้อมกับสีหน้าเบื่อหน่าย

 

“ก็ได้”

 

...เออ!! เป็นไงก็เป็นกันวะ...

 

พันปิยะครางในใจ ก่อนเดินไปนั่งข้างกัมปนาทกับมณฑกาญจน์

 

วริสราจ้องมองสิงหาที่กำลังกอดคอลากณัฐปกรณ์เข้ามาร่วมวงฟัง โดยอีกฝ่ายมีท่าทีขัดขืนไม่ยินยอมแต่อย่างใด...

 

“เซอร์วิสสินะ” เด็กสาวพึมพำเบาๆ พลางมองภาพความวุ่นวายต่อไปด้วยใจจดจ่อ...

 

โรงเรียนนี้ช่างดีจริงๆ

 

“ยังไง...รักก็ไม่เอานะฮะ” ณัฐปกรณ์ยังคงเอ่ยปฏิเสธ พร้อมทั้งหยิบหูฟังคู่ใจขึ้นมาเตรียมปิดหูให้พ้นจากเรื่องที่เขาไม่อยากจะรับรู้...และไม่มีวันที่จะอยากฟัง

 

“เราว่าเราก็ไม่ดีกว่า....”ฐนาธรพูดขึ้นเบาๆก่อนที่จะแทรกตัวเข้าระหว่างโต๊ะ

 

วริสรารอฟังว่าสิงหาจะเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายยังไงต่อ พลันเสียงนิ่งๆ ของกัมปนาทก็ดังขัดขึ้น

 

“คนไม่ชอบ ก็อย่าไปบังคับเขาสิ....”

 

...มือที่สามสินะ...

 

วริสราหยิบไอโฟนขึ้นมาทวิตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับรอดูเหตุการณ์ต่อไป

 

อย่างที่เธอและหลายคนคาดไว้ สิงหาคงไม่ละความพยายาม เด็กหนุ่มแสยะยิ้มใส่ณัฐปกรณ์ที่ทำท่าจะกลับไปยังที่นั่งประจำของเจ้าตัว

 

“หึๆ ไม่บังคับก็ด้ายยย แต่...” สิงหาทอดจังหวะพร้อมกับแสยะยิ้มมากขึ้น “ระวังจะมีคนโผล่มาเซย์ไฮด้านหลังนะรัก จะหาว่าพี่ไม่เตือน”

 

ซึ่งก็ทำให้ณัฐปกรณ์ล้มเลิกความตั้งใจที่จะกลับไปนั่งที่ตัว แล้วทรุดตัวนั่งลงข้างสิมิลันกับแพรอรุณ แต่กระนั้นณัฐปกรณ์ก็ยังคงหยิบหูฟังขึ้นมาใส่พร้อมทั้งเปิดเพลงเสียงดังจน ลอดออกมาจากหูฟังที่เสียบไว้ ส่วนฐณาธรเองเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อนแล้วก็เขยิบกลับมานั่งล้อมวงตามเดิม เช่นกัน

 

“ไม่ดังไปเหรอรัก” สิมิลันเอ่ยถามยิ้มๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าสู่โลกส่วนตัวของตนไปแล้ว

 

“แล้วเอพริลจะไปฟังด้วยกันมั้ยคะ” เพียงนภาหันไปถามวริสราที่เพิ่งเสร็จจากการทวิตความเป็นไปเมื่อซักครู่นี้เสร็จ

 

“ไปสิ” เธอตอบสั้นๆ แล้วเดินไปนั่งข้างฐณาธร ขณะที่เพียงนภานั่งลงข้างเธอกับศรันฉัตรอีกที

 

เด็กสาวหันไปมองที่นั่งล้อมวงแล้วยกมุมปากขึ้น

 

เรื่องอะไรจะพลาดล่ะ งานนี้คงมี อะไร’ ดีๆ ให้ดูแน่ๆ...

 

เธอหันไปมองณัฐปกรณ์ ศฤคาล ฐณาธร พันปิยะ กัมปนาท ก่อนจะมาสุดที่สิงหาที่นั่งลงระหว่างกัมปนาทกับนันทนัทเป็นคนสุดท้าย...

 

แม้คิ้วข้างขวาจะกระตุกเป็นเสมือนลางบอกเหตุอะไรบางอย่าง...แต่เธอก็เชื่อว่า...สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

 

....มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงแน่ๆ....

 

[TBC]

 

===============================================

<

 

สรุป:

- เย็นวันศุกร์ ฝนตกหนักมาก รถโรงเรียนออกไปส่งนักเรียนก็ไม่ได้ ผู้ปกครองคนอื่นก็ติดฝนอยู่ ทำให้รุ่นสี่ทุกคนเลยติดฝนอยู่ในห้อง

- ออกัสเลยเสนอให้เล่าเรื่องผีแก้เซ็ง มีน้ำน่าน ปั้นทรายเป็นลูกคู่

- เฟิร์นขัดว่าจะสอบแล้ว (ทั้งปี) อ่านหนังสือสอบดีกว่า แต่แพ้ลูกตื้อของออกัสและน้ำน่าน

- รักกับก๊อกกลัวผีเข้าเส้นเลือด ทำท่าจะไม่ยอมฟังลูกเดียว ส่วนเท็นแม้จะกลัวผีขึ้นสมอง แต่ความอยากรู้อยากเห็นมีมากกว่า อนึ่ง โดนกัญกับบีนไซโคด้วย

- ออกัสกล่อมด้วยขู่ด้วย สุดท้ายเลยยอมฟังเรื่องผีด้วยกันหมด แต่กระนั้นรักก็คงยัดหูฟังแล้วเปิดเพลงกลบ (รักกลัวผีมาก ถึงมากที่สุด)

- เอพริลมองภาพออกัสปลอบ ขู่เพื่อนผู้ชายด้วยความบันเทิงใจ แม้จะสังหรณ์ใจแปลกๆ แต่ก็คิดว่างานนี้น่าสนุกแน่ (เพราะอาจจะเห็นหนุ่มๆ กอดกัน?!)

 

===============================================

 

Talk:

แอร๊ย แป๊กไม่แป๊กยังไงขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียวนะคะ

 

ที่มาของเรื่องนี้มีอยู่ว่า พรอยากลองเขียนฟิคที่มีรุ่นสี่ทั้งรุ่น โดยลองทรงเอง (ก่อนจะส่งให้พ่อๆ แม่ๆ แต่ละคนตบลูกให้เข้าคาร์ค่ะ)

ที นี้ก็ต้องมาหาไอเดียว่าจะเขียนยังไงถึงจะดูเนียน เลยนึกถึงตอนฝึกงาน มีอยู่วันหนึ่งฝนตกหนักมากจนกลับบ้านไม่ได้ เลยนั่งเล่าเรื่องผีตอนโพล้เพล้นี่แหละค่ะ สนุกดี

 

ตอน ต่อไปจะเป็นยังไงนั้น อาจจะต้องรอกันหน่อย (ขอให้มีผปค.มาตรวจตัวละครเกิน 3/4 แล้วพรถึงจะเอาลงค่ะ) แต่ระหว่างนั้น อาจจะมีฟิคอื่นๆ มาคั่นไว้ก่อนค่ะ

 

เจอกันอีกไม่นานเกินรอนะคะ^ ^


UPDATE 09 SEP 2011 : ผปค.รักให้ผ่านแล้วค่า

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฟิค(รั่ว?)ที่รอคอยเลยนะเนี่ย >v<
ขอบคุณพรมากเลยที่เขียนออกมา แบบว่าแต่ละคน เป็นตัวของตัวเองมาก!(และเรื้อนมาก!XD) ชอบอ่ะ กรั่กๆๆๆ

ถ้าสำหรับกัญ ประโยคนี้แหละใช่เลย
"ธรรมชาติช่างน่าอัศจรรย์ใจสำหรับเธอเสมอ"
ที่ชอบเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า ก็เพราะแบบนี้นี่แหละ cry

#1 By แมวส้ม::กัญ on 2011-08-29 21:37

เอพริลลลล รู้สึกถูกชะตา//หัวเราะ

รู้สึกสงสารรัก...//ยิ้มสิงหา

#2 By august on 2011-09-01 17:14

อ่านมาถึงตอนที่เป็นความคิดของตงแล้วหลุดหัวเราะก๊ากกลางดึก ทั้งตอนที่บอกว่าอยากฆาตกรรมกัส แล้วก็ตอนที่ขอเลือกกลับบ้านด้วย

น่าสงสารจริงๆที่ต้องพ่วงติดบ่วงความซวยไปด้วยอีกแล้ว

อ่านฟิคนี้แล้วนึกถึงฟิคคืนหลอนของตัวเอง บรรยากาศใกล้ๆกันเลย แต่ขออย่าสยองแบบนั้นเลยนะ คนเขียนเขียนไปขนลุกไป

จะรอติดตามอ่านตอนต่อไปค่า จะเอาใจช่วยนะ เข้าทรงทีเดียวทั้งรุ่น เล่นหมด 15 ตัวนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ

ปล. แอบไม่อยากเชื่อว่าแสงจะตกลงกับความคิดบ้าๆของกัสแหละเธอออออออออออออออ

#3 By irindel on 2011-09-12 03:12

มหกรรมทั้งห้องเลยนะงานนี้
แอบสงสารรักนิสสนุง /โอ๋ๆ ลูบหัว

#4 By น้ำน่าน on 2011-09-13 21:14